ถ้าคุณเพิ่งเปิดโรงแรม หรือเคยได้ยินคำว่า "PMS" จากบทความหรือจากเพื่อนในวงการ แต่ยังไม่แน่ใจว่าคืออะไรกันแน่ บทความนี้เขียนมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
เราจะอธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับ PMS ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่มีศัพท์เทคนิคซับซ้อน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่าธุรกิจของคุณต้องการระบบนี้หรือไม่ และถ้าต้องการ ควรเลือกอย่างไร
PMS คืออะไร?
PMS ย่อมาจาก Property Management System หรือแปลตรงตัวว่า "ระบบจัดการที่พัก" เป็นซอฟต์แวร์ที่รวมทุกงานของโรงแรมไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การรับจอง การ check-in/check-out การจัดการห้องพัก การเงิน ไปจนถึงรายงานต่างๆ
ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ PMS ก็เหมือน "สมอง" ของโรงแรม มันเป็นศูนย์กลางที่ข้อมูลทุกอย่างไหลผ่าน ทำให้ทุกแผนกในโรงแรมเห็นข้อมูลเดียวกัน และทำงานประสานกันได้อย่างราบรื่น
ก่อนมี PMS โรงแรมต้องใช้สมุดจดรับจอง กระดาษบันทึก check-in สเปรดชีทคำนวณรายได้ และเครื่องพิมพ์ใบเสร็จแยก ทุกอย่างกระจายอยู่ในหลายที่ แต่ PMS รวมทุกอย่างมาไว้ในจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือเครื่องเดียว
โมดูลหลักของระบบ PMS
ระบบ PMS ที่ดีจะประกอบด้วยโมดูลหลักๆ ต่อไปนี้ แต่ละโมดูลทำหน้าที่เหมือนแผนกหนึ่งของโรงแรม
Cloud PMS กับ PMS แบบดั้งเดิม ต่างกันอย่างไร?
ในอดีต ระบบ PMS ส่วนใหญ่ต้องติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ในโรงแรม (on-premise) ต้องซื้อ server ต้องมีช่างมาติดตั้ง และต้องจ่ายค่า license ก้อนใหญ่ตั้งแต่แรก ราคามักเริ่มต้นหลักแสนถึงหลายแสนบาท ซึ่งไม่เหมาะกับโรงแรมขนาดเล็ก
ปัจจุบัน PMS รุ่นใหม่เป็นแบบ Cloud-based หรือ "บนคลาวด์" หมายความว่า
- ไม่ต้องซื้อ server — ระบบทำงานบน cloud ผู้ให้บริการดูแล server ให้ คุณแค่เปิดเว็บหรือแอปก็ใช้งานได้
- อัปเดตอัตโนมัติ — ฟีเจอร์ใหม่ๆ และแพตช์ความปลอดภัยจะอัปเดตให้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเรียกช่างมาอัปเกรด
- เข้าถึงได้จากทุกที่ — ใช้งานจากคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือมือถือ ที่ไหนก็ได้ที่มีอินเทอร์เน็ต เจ้าของโรงแรมสามารถดูยอดจองจากบ้าน หรือตรวจสอบรายได้ระหว่างเดินทางได้
- จ่ายรายเดือน — ไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ตั้งแต่แรก จ่ายเป็นรายเดือน ถ้าไม่ชอบก็เลิกใช้ได้
- ข้อมูลปลอดภัย — ข้อมูลถูกสำรองบน cloud โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องกลัวฮาร์ดดิสก์เสียแล้วข้อมูลหาย
โรงแรมขนาดกี่ห้องถึงจะคุ้มค่าที่จะใช้ PMS?
คำถามนี้ถูกถามบ่อยมาก คำตอบคือ: ตั้งแต่ 10 ห้องขึ้นไปก็ได้ประโยชน์แล้ว
ถ้าคุณมี 5-10 ห้องและรับจองแค่ช่องทางเดียว อาจยังพอจัดการด้วย Excel ได้ แต่เมื่อถึงจุดที่มีห้อง 10 ห้องขึ้นไป หรือรับจองจากหลายช่องทาง (Agoda, Booking.com, LINE, walk-in) ความซับซ้อนจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ
ลองคิดดูว่า: โรงแรม 20 ห้อง ถ้ามี occupancy rate 70% ก็มีแขกเข้าพัก 14 ห้องต่อคืน ถ้าอยู่เฉลี่ย 2 คืน ก็มีการ check-in/out ประมาณ 7 ครั้งต่อวัน แต่ละครั้งต้องบันทึกข้อมูล ออกใบเสร็จ อัปเดตสถานะห้อง ถ้าทำด้วยมือทุกขั้นตอน ก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวัน
ที่จริงแล้ว ยิ่งโรงแรมเล็ก ยิ่งมีพนักงานน้อย PMS ยิ่งช่วยได้มาก เพราะมันทำหน้าที่เสมือนพนักงานอีกคนที่จัดการงาน admin ให้ทั้งหมด ให้คนจริงๆ ได้ไปทำงานที่มีคุณค่ากว่า
เลือก PMS สำหรับโรงแรมไทยอย่างไร?
ตลาด PMS มีให้เลือกมากมาย ทั้งระบบจากต่างประเทศและในไทย สำหรับเจ้าของโรงแรมไทย สิ่งที่ควรพิจารณามีดังนี้
1. รองรับภาษาไทย
ฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่สำคัญมาก พนักงานของคุณต้องใช้ระบบทุกวัน ถ้า UI เป็นภาษาอังกฤษล้วนและพนักงานไม่คล่องอังกฤษ จะเป็นอุปสรรคในการทำงาน โดยเฉพาะพนักงาน housekeeping หรือพนักงาน part-time
2. รองรับใบกำกับภาษีไทย
ระบบ PMS จากต่างประเทศหลายตัวไม่รองรับรูปแบบใบกำกับภาษีตามที่กรมสรรพากรกำหนด ทำให้คุณต้องพิมพ์ใบกำกับภาษีแยกอยู่ดี ซึ่งเท่ากับไม่ได้ประโยชน์เต็มที่จากระบบ
3. ราคาที่เหมาะสมกับขนาดธุรกิจ
PMS ระดับ enterprise อย่าง Opera ของ Oracle มีราคาแพงมากและมีฟีเจอร์มากเกินไปสำหรับโรงแรม 20-50 ห้อง เลือกระบบที่ราคาเหมาะกับขนาดธุรกิจ และสามารถขยายได้เมื่อธุรกิจเติบโต
4. บริการหลังการขายในไทย
เมื่อมีปัญหาหรือข้อสงสัย คุณต้องการคนที่พูดไทยได้และอยู่ในเขตเวลาเดียวกัน ไม่ใช่รอคิวอีเมลที่ตอบกลับตอนตี 3 ตามเวลาต่างประเทศ
5. ทดลองใช้ฟรีได้
ระบบที่ดีจะให้คุณทดลองใช้ฟรีก่อนตัดสินใจ อย่างน้อย 14-30 วัน เพื่อให้คุณมั่นใจว่ามันเหมาะกับโรงแรมของคุณจริงๆ ก่อนจ่ายเงิน
InnShift คือระบบ PMS บนคลาวด์ที่ออกแบบมาสำหรับโรงแรมบูทีค รีสอร์ท และที่พักขนาดเล็กถึงกลางในประเทศไทย มี Room Rack แบบ visual ที่เห็นภาพรวมห้องทั้งหมดได้ทันที รองรับภาษาไทยทั้งระบบ ออกใบกำกับภาษีได้ตามรูปแบบสรรพากร ใช้งานจากมือถือ และเริ่มต้นเพียง 990 บาทต่อเดือน พร้อมทดลองใช้ฟรี 30 วัน
สรุป
PMS ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือยสำหรับโรงแรมใหญ่อีกต่อไป ด้วย Cloud PMS ที่มีราคาเข้าถึงได้ โรงแรมขนาดเล็กตั้งแต่ 10 ห้องขึ้นไปก็ได้ประโยชน์จากระบบที่ช่วยลดงาน admin, ป้องกัน double booking, ออกใบเสร็จอัตโนมัติ, และมี dashboard แสดงข้อมูลธุรกิจแบบ real-time
สิ่งสำคัญคือเลือกระบบที่เหมาะกับขนาดและลักษณะธุรกิจของคุณ ไม่ต้องซับซ้อนเกินไป ไม่ต้องแพงเกินไป แค่ต้องทำงานหลักได้ดี และทำให้ชีวิตคุณในฐานะเจ้าของโรงแรมง่ายขึ้น
เริ่มต้นใช้ระบบ PMS สำหรับโรงแรมไทย
ทดลองใช้ InnShift ฟรี 30 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ไม่ต้องติดตั้งอะไร
ทดลองใช้ฟรี 30 วัน