บล็อก

5 สัญญาณว่าโรงแรมคุณควรเปลี่ยนจาก Excel มาใช้ระบบ PMS

19 มีนาคม 2569 · อ่าน 7 นาที

Excel เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยม ใช้งานง่าย และราคาถูก เจ้าของโรงแรมขนาดเล็กหลายรายเริ่มต้นจัดการธุรกิจด้วย Excel ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดเลย ในช่วงแรกที่มีห้องไม่กี่ห้องและแขกไม่กี่คนต่อสัปดาห์ Excel ก็ทำหน้าที่ได้ดี

แต่เมื่อธุรกิจเติบโต จำนวนห้องเพิ่ม ช่องทางการจองมากขึ้น และพนักงานหลายคนต้องทำงานพร้อมกัน Excel ก็เริ่มตามไม่ทัน ไม่ใช่เพราะ Excel ไม่ดี แต่เพราะมันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการโรงแรม

ต่อไปนี้คือ 5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าถึงเวลาแล้วที่ควรเปลี่ยนจาก Excel มาใช้ระบบ PMS (Property Management System) โดยเฉพาะ

สัญญาณที่ 1: คุณเคยมีปัญหา Double Booking

ถ้าคุณเคยจองห้องเดียวกันให้แขกสองรายพร้อมกัน นี่คือสัญญาณแรกที่ชัดเจนที่สุด

สาเหตุหลักคือ Excel ไม่ได้อัปเดตแบบ real-time เมื่อหลายคนแก้ไขพร้อมกัน พนักงานคนหนึ่งเปิดไฟล์ดูว่าห้อง 201 ว่าง ก็รับจอง ขณะเดียวกันพนักงานอีกคนก็เปิดไฟล์เดียวกัน (ที่ยังไม่ได้อัปเดต) เห็นว่าห้อง 201 ว่างเหมือนกัน ก็รับจองอีกราย

ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยมากในช่วง high season หรือเทศกาล เมื่อการจองเข้ามาเร็วจากหลายช่องทางพร้อมกัน ระบบ PMS แก้ปัญหานี้เพราะทุกการจองจะเข้ามาที่ฐานข้อมูลเดียวกันทันที ไม่มีช่องว่างให้เกิดการจองซ้ำ

สัญญาณที่ 2: พนักงาน Check-in/out ใช้เวลานานเกินไป

ลองสังเกตดูว่าเมื่อแขกมาถึงเคาน์เตอร์ พนักงานต้องทำอะไรบ้าง? ถ้าคำตอบคือ "เปิด Excel ค้นหาชื่อแขก เปิดอีก sheet ดูรายละเอียดห้อง เปิดอีกไฟล์บันทึกการชำระเงิน" แสดงว่ากระบวนการซับซ้อนเกินไปสำหรับการต้อนรับแขก

แขกที่เดินทางมาไกลไม่อยากยืนรอ 10-15 นาทีเพื่อเช็คอิน โดยเฉพาะถ้าโรงแรมคุณเป็นบูทีคโฮเทลที่ขายเรื่องบริการและประสบการณ์ ความรู้สึกแรกตั้งแต่เช็คอินนั้นสำคัญมาก

ระบบ PMS ทำให้การ check-in ใช้เวลาไม่กี่นาที พนักงานค้นหาชื่อแขก เห็นรายละเอียดการจองทั้งหมดในหน้าจอเดียว กดยืนยัน check-in เสร็จ ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างหลาย sheet

สัญญาณที่ 3: คุณไม่รู้ว่าโรงแรมมีรายได้เท่าไรในทันที

ถ้ามีคนถามคุณว่า "เดือนที่แล้วโรงแรมมีรายได้เท่าไร?" แล้วคุณต้องตอบว่า "ขอเวลาคำนวณก่อน" นั่นคือปัญหา

กับ Excel คุณต้องนั่งรวมตัวเลขจากหลาย sheet ข้ามไปดูรายรับจากแต่ละช่องทาง บวกค่าบริการเสริม ลบรายการคืนเงิน ซึ่งใช้เวลาชั่วโมงหรือมากกว่านั้น และยังเสี่ยงผิดพลาดจากการคำนวณ

การตัดสินใจที่ดีต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา คุณอยากจะรู้ทันทีว่าอัตราเข้าพัก (occupancy rate) ของเดือนนี้เป็นอย่างไร ห้องประเภทไหนขายดีที่สุด ช่วงไหนของเดือนที่คนจองน้อย เพื่อจะได้ปรับกลยุทธ์ราคาหรือทำโปรโมชั่นได้ทัน

ระบบ PMS มี dashboard ที่แสดงรายได้ อัตราเข้าพัก และสถิติสำคัญแบบ real-time ไม่ต้องรอสิ้นเดือนถึงจะรู้ว่าธุรกิจเป็นอย่างไร

สัญญาณที่ 4: การออกใบกำกับภาษีใช้เวลานาน

สำหรับโรงแรมที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม การออกใบกำกับภาษีเป็นงานที่ต้องทำทุกวัน ถ้าคุณยังพิมพ์ใบกำกับภาษีทีละใบใน Word หรือ Excel โดยต้องกรอกข้อมูลลูกค้า รายการเข้าพัก ราคา ภาษี ทุกอย่างด้วยมือ คุณกำลังเสียเวลาไปมากกับงานที่ระบบทำให้ได้ในไม่กี่วินาที

ยิ่งไปกว่านั้น การพิมพ์เองมีโอกาสผิดพลาดสูง ข้อมูลไม่ตรงกับการจอง ชื่อลูกค้าสะกดผิด เลขประจำตัวผู้เสียภาษีพิมพ์ตกหล่น ซึ่งอาจสร้างปัญหาเมื่อถูกตรวจสอบ

ระบบ PMS ที่ดีจะออกใบกำกับภาษีให้โดยอัตโนมัติ ดึงข้อมูลจากการจองและ folio ของแขกมาใส่ให้ครบ คุณแค่กดพิมพ์ ไม่ต้องกรอกอะไรเอง

สัญญาณที่ 5: คุณใช้เวลาส่วนใหญ่กับงาน admin แทนที่จะดูแลแขก

นี่คือสัญญาณที่สำคัญที่สุด

ในฐานะเจ้าของโรงแรม เวลาของคุณมีค่ามาก ถ้าคุณใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันไปกับการอัปเดต Excel, ตรวจสอบการจอง, คำนวณรายได้, พิมพ์ใบเสร็จ, สรุปรายงานให้นักบัญชี แทนที่จะออกไปต้อนรับแขก คิดโปรโมชั่นใหม่ หรือปรับปรุงโรงแรม แสดงว่าเครื่องมือที่ใช้อยู่กำลังกินเวลาชีวิตคุณ

งาน admin ซ้ำซ้อนเหล่านี้เป็นงานที่ระบบคอมพิวเตอร์ทำได้ดีกว่ามนุษย์ มันไม่เหนื่อย ไม่ลืม ไม่พิมพ์ผิด และทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง ปล่อยให้ระบบทำงานที่ระบบถนัด แล้วคุณทำงานที่มนุษย์ถนัดกว่า คือ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แขก

ออกแบบมาสำหรับโรงแรมบูทีคไทย

InnShift เป็นระบบ PMS ที่ออกแบบมาสำหรับโรงแรมขนาดเล็กถึงกลางในประเทศไทยโดยเฉพาะ UI ทั้งหมดเป็นภาษาไทย รองรับใบกำกับภาษีตามรูปแบบที่สรรพากรกำหนด ใช้งานได้จากมือถือ และเริ่มต้นเพียง 990 บาทต่อเดือน ซึ่งถูกกว่าค่า OT ของพนักงานที่ต้องนั่งทำงาน admin เสียอีก

แล้วควรเริ่มเปลี่ยนอย่างไร?

การเปลี่ยนจาก Excel มาใช้ PMS ไม่ต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน ต่อไปนี้คือขั้นตอนที่แนะนำ

  1. เลือกระบบที่ทดลองใช้ฟรี — อย่าตัดสินใจจ่ายเงินเลย ให้ทดลองใช้ก่อนอย่างน้อย 2 สัปดาห์เพื่อดูว่าเหมาะกับโรงแรมคุณไหม
  2. เริ่มจากการจองและ Room Rack — ย้ายข้อมูลการจองเข้าระบบก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มฟีเจอร์อื่น อย่าพยายามใช้ทุกฟังก์ชันตั้งแต่วันแรก
  3. สอนพนักงานทีละคน — ให้พนักงานหนึ่งคนเรียนรู้ระบบก่อน แล้วให้คนนั้นช่วยสอนคนอื่น จะง่ายกว่าสอนทุกคนพร้อมกัน
  4. รัน Excel คู่ขนานสัก 1-2 สัปดาห์ — ช่วงเปลี่ยนผ่าน ให้ใช้ทั้ง Excel และ PMS คู่กัน เพื่อความมั่นใจว่าไม่มีข้อมูลหาย
  5. หยุดใช้ Excel เมื่อมั่นใจ — เมื่อทุกคนคุ้นเคยกับระบบใหม่แล้ว ก็ถึงเวลาปิดไฟล์ Excel นั้นเป็นครั้งสุดท้าย

การเปลี่ยนระบบอาจดูน่ากลัวในตอนแรก แต่เจ้าของโรงแรมที่เปลี่ยนมาแล้วส่วนใหญ่จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "น่าจะเปลี่ยนมานานแล้ว" เพราะเวลาที่ได้คืนมาและความผิดพลาดที่ลดลงนั้นมีค่ามากกว่าค่าระบบหลายเท่า

พร้อมลองใช้ระบบ PMS แทน Excel?

ทดลองใช้ InnShift ฟรี 30 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มต้นเพียง 990 บาท/เดือน

ทดลองใช้ฟรี 30 วัน