บล็อก · เพิ่มรายได้

ลดค่าคอมมิชชั่น OTA ด้วยระบบจองตรง

20 มีนาคม 2569 · อ่าน 9 นาที

ถ้าโรงแรมของคุณพึ่งพา Booking.com และ Agoda เป็นหลัก คุณกำลังแบ่งรายได้ให้บริษัทอื่น 15-20% ทุกครั้งที่มีแขกเข้าพัก

นั่นแปลว่าทุกๆ ห้อง 2,000 บาท โรงแรมของคุณได้รับจริงแค่ 1,600-1,700 บาท ส่วนที่เหลือไปอยู่ในกระเป๋าของ OTA

หลายคนคิดว่า OTA เป็นสิ่งจำเป็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความจริงคือโรงแรมที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกกำลังทำกลยุทธ์ "Direct Booking" เพื่อลดการพึ่งพา OTA และเพิ่มกำไรโดยตรง

บทความนี้จะอธิบายว่า Direct Booking ทำได้จริงไหม ต้องเตรียมอะไรบ้าง และระบบ PMS ช่วยได้อย่างไร

15–20% ค่าคอมมิชชั่น Booking.com ต่อการจอง
0% ค่าคอมมิชชั่นเมื่อแขกจองตรงผ่านเว็บไซต์คุณ
30% กำไรที่เพิ่มขึ้นได้ถ้าเพิ่ม Direct Booking 50%

ทำไมโรงแรมเล็กถึงพึ่ง OTA มากเกินไป?

ไม่ใช่ความผิดของเจ้าของโรงแรม OTA ถูกออกแบบมาให้ใช้ง่ายและให้ผลลัพธ์เร็ว คุณสมัครวันนี้ พรุ่งนี้ก็มีแขกจอง ไม่ต้องทำ marketing ไม่ต้องมีเว็บไซต์ ไม่ต้องเสียเวลาทำ SEO

แต่ความสะดวกนั้นมีราคา และราคานั้นสูงกว่าที่หลายคนคิด

ลองคำนวณง่ายๆ: ถ้าโรงแรมคุณมีรายได้ 500,000 บาทต่อเดือน และ 70% มาจาก OTA ในอัตราคอมมิชชั่น 17% คุณจ่ายค่าคอมฯ ไป 59,500 บาทต่อเดือน หรือ 714,000 บาทต่อปี นั่นคือเงินที่พอซื้อรถคันใหม่ได้ 1 คัน

Direct Booking คืออะไร?

Direct Booking หมายถึงการที่แขกจองห้องพักโดยตรงกับโรงแรม ไม่ผ่านตัวกลาง ช่องทางที่นิยมได้แก่:

เป้าหมายไม่ใช่การเลิกใช้ OTA ทั้งหมด แต่คือการปรับสัดส่วนให้เหมาะสม เช่น ลด OTA จาก 70% เหลือ 40% และเพิ่ม Direct Booking จาก 30% เป็น 60%

6 กลยุทธ์ที่ได้ผลสำหรับโรงแรมขนาดเล็ก

กลยุทธ์ที่ 1: Booking Engine บนเว็บไซต์ของตัวเอง

นี่คือพื้นฐานที่สุด ถ้าโรงแรมคุณยังไม่มี Booking Engine บนเว็บไซต์ แขกที่เจอเว็บคุณใน Google ก็ไม่สามารถจองตรงได้ พวกเขาต้องไปจอง OTA แทน

Booking Engine ที่ดีต้อง:

กลยุทธ์ที่ 2: "Best Rate Guarantee"

สัญญากับแขกว่า ถ้าจองตรงกับโรงแรม จะได้ราคาดีที่สุดเสมอ ไม่มีที่ไหนถูกกว่า

วิธีทำ: ตั้งราคาบน OTA สูงกว่าราคาบนเว็บตัวเองเล็กน้อย (3-5%) หรือเสนอสิ่งที่ OTA ให้ไม่ได้ เช่น อาหารเช้าฟรี, late check-out, หรือห้องอัปเกรด

OTA บางเจ้า (โดยเฉพาะ Booking.com) มีข้อกำหนดห้ามตั้งราคาต่ำกว่าบนเว็บตัวเอง ให้อ่านสัญญาก่อน แต่ยังสามารถเสนอ value-add ได้โดยไม่ผิดสัญญา

กลยุทธ์ที่ 3: ดึงแขกเก่ากลับมา

แขกที่เคยพักกับคุณแล้ว มีโอกาสสูงมากที่จะกลับมาอีก และถ้าคุณมีช่องทางติดต่อโดยตรง พวกเขาจะจองตรงกับคุณแทนที่จะไปหา OTA

วิธีเก็บข้อมูลแขก:

กลยุทธ์ที่ 4: LINE Official Account

สำหรับตลาดไทย LINE เป็นช่องทางที่ทรงพลังมาก แขกที่ follow LINE ของโรงแรมสามารถติดต่อจองได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่าน OTA

สิ่งที่ควรทำบน LINE OA:

กลยุทธ์ที่ 5: Google Business Profile

เมื่อแขกค้นหาชื่อโรงแรมคุณใน Google โปรไฟล์ที่สมบูรณ์จะแสดงปุ่ม "จองห้องพัก" ที่ลิงก์ตรงไปยัง Booking Engine ของคุณ ไม่ใช่ไป OTA

ให้อัปเดต Google Business Profile:

กลยุทธ์ที่ 6: แปลง OTA traffic เป็น Direct แขก

แขกที่มาพักผ่าน OTA ครั้งแรกไม่ต้องกลายเป็นแขก OTA ตลอดไป ระหว่าง stay ให้ทำให้แขกเห็นว่าการจองตรงครั้งหน้านั้นดีกว่า

ระบบ PMS ช่วยเรื่อง Direct Booking ได้อย่างไร?

PMS ที่ดีจะมี Booking Engine ในตัว เชื่อมต่อเว็บไซต์โรงแรมได้โดยตรง แสดงห้องว่าง real-time เก็บข้อมูลแขกอัตโนมัติ และช่วยให้คุณส่ง offer พิเศษให้แขกเก่าได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องจ้างทีม IT แยกต่างหาก

เป้าหมายที่สมจริง: ไม่ใช่การเลิกใช้ OTA

ข้อผิดพลาดที่หลายโรงแรมทำคือพยายามเลิก OTA ทั้งหมดในคราวเดียว ซึ่งมักทำให้รายได้ลดลงในช่วงสั้น OTA ยังมีประโยชน์ โดยเฉพาะ:

กลยุทธ์ที่ถูกต้องคือ "OTA ดึงแขกใหม่, Direct Booking รักษาแขกเก่า" — ใช้ OTA เป็นช่องทาง acquisition แล้วเปลี่ยนแขก OTA ให้เป็นแขกตรงในการเข้าพักครั้งถัดไป

ตัวอย่างการคำนวณ ROI

สมมติโรงแรมของคุณมีรายได้เดือนละ 300,000 บาท โดย 60% มาจาก OTA (180,000 บาท) ที่อัตราคอมมิชชั่น 17%

ค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายปัจจุบัน: 180,000 × 17% = 30,600 บาท/เดือน

ถ้าคุณลด OTA จาก 60% เหลือ 35% ด้วยกลยุทธ์ Direct Booking:

เงิน 153,000 บาทนั้นมากกว่าค่าระบบ PMS หลายปี และคุณยังได้แขกที่ภักดีมากขึ้นอีกด้วย

เริ่มรับการจองตรงด้วย InnShift

InnShift มี Booking Engine ในตัว เชื่อมเว็บไซต์โรงแรมคุณได้เลย ทดลองใช้ฟรี 30 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

ทดลองใช้ฟรี 30 วัน